| Siam4Free.com |
: : Program
|
บันได 7 ขั้นสู่ความสำเร็จในการทำเว็บไซต์ เริ่มจาก 1. คิดใหม่ ทำใหม่ การคิดอะไรใหม่ ๆ ได้ และลงมือทำเป็นคนแรก ๆ มักประสบความสำเร็จเสมอ จะสังเกตุได้จากเว็บไซต์ หน้าใหม่ที่พยายามตามรอยเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้น มักไม่ค่อยประสบความเร็จเท่า นอกเสียจากว่าจะสามารถทำได้ดีกว่าจริง ๆ ถึงจะสามารถทาบรัศมีได้ แต่บางครั้ง การทำได้ดีกว่า ก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าจะประสบความสำเร็จได้เท่าเสมอไป เพราะการลงมือทำก่อน ย่อมได้เปรียบกว่า อย่างน้อยชื่อก็ติดปากอยู่ก่อนแล้ว แม้ว่าเว็บไซต์หน้าใหม่จะดีกว่า แต่บางทีคนอาจไม่สนใจว่าจะดีกว่าหรือไม่ เว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จไปแล้วนั้น ถ้าหากย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นกันเมื่อหลายปีก่อน จะพบว่าล้วนแล้วแต่เริ่มทำในสิ่งใหม่ ๆ ที่ผู้คนในสมัยนั้น ยังไม่มีใครคิดหรือทำกันมาก่อนทั้งนั้นเลย 2. เพื่อไทยทุกคน ชื่อเว็บไซต์ ถือเป็นส่วนสำคัญ ที่อาจคุยกันได้เป็นตอนใหม่อีกตอนไปเลย แต่ว่าวันนี้เราจะพูดกันถึง การใส่ชื่อที่เป็นภาษาไทย กำกับอยู่ภายในหน้าเว็บไซต์ บางครั้งก็อาจมองว่ายังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนไทย แม้ว่าบางทีอาจฟังดูขัด ๆ กับหลักใหญ่ใจความของการเข้าสู่อินเตอร์เน็ท เพื่อสื่อสารกับคนทั้งโลกก็ตาม แต่ถ้าเนื้อหา หรือใจความสำคัญของเรา ยังคงสื่อสารอยู่กับคนไทย เป็นเว็บไซต์เพื่อคนไทยทุกคนแล้ว การใส่ชื่อที่เป็นภาษาไทยกำกับไว้ ก็อาจจะทำให้ผู้ที่เข้ามาชม จำชื่อของเราได้แม่นยำขึ้น หลักสำคัญในข้อนี้ ผ่านการพิสูจน์จากเว็บไซต์ ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมายหลายเว็บ เราอาจสังเกตุเห็นชื่อภาษาไทย ที่เขียนกำกับไว้ในหน้าเว็บไซต์ แม้ว่าบางครั้งเราอาจไม่ได้ให้ความสนใจกับมันมากนัก หรืออาจจะมองผ่าน ๆ ไป แต่ถ้าเผลอ ๆ เราก็อาจจะนึกถึงชื่อที่เป็นภาษาไทยของเว็บนั้น ๆ ได้อยู่เหมือนกัน 3. คนรู้จักเยอะ เพราะบอกต่อ การเม้าท์ การเจ๊าะแจ๊ะ การจิ๊จ๊ะ หรือการบอกต่อ ๆ กันปากต่อปาก คงมีมาตั้งแต่สมัยมนุษย์ยุคหินฟลิ้นสโตน์แล้วกระมัง มาจนมาถึงยุคปัจจุบัน ยุคของการชิดแช๊ด ไอซีคิว ส่งอี-เมลล์ การบอกต่อ ๆ กัน ปากต่อปาก ยังคงแอบเอามาใช้ในเว็บไซต์ได้ดี อย่างไม่ขัดเขินเลยทีเดียว อย่าลืมว่าเว็บไซต์หลาย ๆ เว็บได้ดีเพราะการบอกต่อ ๆ กัน คนจำได้ คนรู้จัก คนแวะเข้ามาเยี่ยมเยียนเว็บไซต์ของเรา ก็จากการบอกต่อ แทบทั้งนั้น เพราะฉะนั้น พยายามสร้างจุดเด่น ให้คนเอาไปบอกต่อ ๆ กัน ปากต่อปาก มาก ๆ เข้าก็กลายเป็นกระแส กลายเป็นฟีเวอร์ไป กลายเป็นแฟชั่น ไม่ไปเว็บนั้นไม่ได้ เชย ตกยุค หรือเอ้าท์ ไม่ทันสมัย ไม่ได้ข่าวสารล่าสุดของวงการ อะไรแบบนี้เป็นต้น 4. หลีกเลี่ยงเทคนิควิจิตรพิศดาร บางครั้ง การใช้เทคนิควิจิตรพิศดารพันลึกล้ำเหลือกำหนด อาจเป็นการปิดกั้นผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมส่วนหนึ่งโดยที่เราไม่รู้ตัว เนื่องจากผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราในแต่ละวันนั้น ล้วนแล้วแต่แแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งพื้นฐานการใช้คอมพิวเตอร์ รุ่นของเครื่องคอมพิวเตอร์ ไปจนกระทั่งซอท์ฟแวร์ที่ใช้ บางทีเทคนิคที่วิลิศมาหรา หรูเลิศอลังการ์ดาวล้านดวง อาจกลายเป็น error บนหน้าจอของผู้ใช้ไปก็ได้ ถ้าเทคนิค Java สวยหรูของเรา กลายเป็น error ของผู้ใช้ไป แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร คนที่เข้ามาครั้ง-สองครั้ง เมื่อดูอะไรไม่ได้ คลิกไปไหนก็มีแต่ error หลายครั้งเข้า ก็ขี้เกียจจะเข้ามาอีก เสียลูกค้าอย่างน่าเสียดาย ตัวอย่างก็มีให้เห็น เว็บบางเว็บ ที่ไม่ประสบความสำเร็จเลย ถึงแม้ว่าจะพยายามทำดี โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ แต่ถ้าผู้คนยังตามไม่ทัน หรือบางทีต้องคอยอัพเกรทเครื่องหรือซอฟท์แวร์ให้ทันสมัย เพื่อจะเข้าชมหน้าเว็บของเราได้นั้น บางทีก็ต้องเสียผู้เข้าชม ที่เป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ ที่เครื่องยังไม่ทันสมัย ซอท์ฟแวร์ยังไม่ใช่รุ่นใหม่ล่าสุด ไปก็ได้ 5. ไวไวคลิก ต้องวงเล็บไว้ว่า ไม่ใช่ปรุงเสร็จตั้งแต่ในซอง แบบที่เราเห็นในโฆษณา แต่หมายถึง ผู้ที่เข้ามาชมเว็บของเรา คลิกปุ๊บ มาปั๊บ มาแบบไวไวควิก มาได้ทันใจ ไม่ให้ต้องรอนานถึง 2 นาที แบบนี้ ก็จะทำให้ผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บของเรา รู้สึกได้ทุกระดับ ประทับใจ เว็บบางเว็บ กว่าจะ load ภาพได้ กว่าเสียงจะมา กว่าจะมาให้ดูครบทั้งภาพทั้งเสียง และตัวอักษร บางทีรอกันนาน แบบนี้ไม่ประทับใจจ๊อชแน่ พยายามนึกว่า ประเทศเราไม่ใช่อินเตอร์เน็ทความเร็วสูง บางครั้งก่อนที่เราจะจัดหน้าของเรา เราต้องนึกไว้ในใจก่อนเสมอว่า ภาพนี้หนักไปไหม ใหญ่ไปไหม จะทำให้คน load นานไหม เอาเสียงใส่เข้าไป จะทำให้ load ช้าไหม ถ้าต้องมี flash จะทำให้ load ช้าเป็นชาติหรือเปล่า บางทีก็ต้องย้อนกลับไปดูข้อ 4 ใหม่ว่า เครื่องของคนที่จะเข้ามาดูหน้าเว็บของเรา เขาต้องลง flash เพิ่มหรือเปล่า แล้วมันจะยุ่งยากไหม เพราะอย่าลืมว่าคนที่เข้ามาชมเว็บไซต์ของเรา เราต้องไม่ทำให้เขารู้สึกยุ่งยาก เข้ามาก็ชมได้เลย เหมือนปรุงเสร็จในซอง ไม่ต้องปรุงไม่ต้องปรับอะไรกันอีกแล้ว 6. ทดสอบก่อนขึ้นเว็บ ถ้าเป็นไปได้ ก่อนที่จะเอาอะไรใหม่ไปใส่เว็บ ตรวจสอบจากทุก ๆ Browser ดูว่ามีปัญหาอะไรไหม ตรวจสอบดูกับจอ ทุก ๆ จอ ว่ายังมองเห็นได้ดีอยู่หรือเปล่า ตรวจสอบกับการแสดงผลในทุก ๆ resolution ว่าตัวอักษรใหญ่ไป หรือเล็กไปไหม ให้ความสำคัญกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อย ที่บางทีเราอาจมองข้ามไป แม้ว่าบางที เราอาจจะไม่สามารถตรวจสอบได้กับทุก ๆ Browser ได้ ไม่สามารถทดสอบกับจอ ทุก ๆ จอ หรือ ทุก ๆ ขนาด resolution ของจอได้ แต่ถ้าหากทำได้คลอบคลุมคนส่วนใหญ่ รับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น จากคนที่อาจเข้ามาเยี่ยมชมหน้าเว็บ แล้วเกิดปัญหา มองไม่เห็นตัวอักษร หรือคลิกแล้วไม่ไป ก็จะเป็นการดีกว่า บางครั้งการไหว้วานเพื่อน ๆ ที่ใช้เครื่องที่แตกต่างกัน ให้ช่วยแจ้งข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น เมื่อเข้าเว็บของเรา แล้วรีบแก้ไข ก็อาจเป็นทางเลือกทางหนึ่ง ถ้าหากเราไม่สามารถตรวจสอบได้ถ้วนถี่ด้วยตัวของเราเอง ได้มากขนาดนั้น 7. จับของตาย ของตาย หมายถึง ของที่เรามั่นใจ ชัวร์นิ่มป้าป ของที่เราทำได้อย่างที่เราถนัด หรือบางทีอาจจะหมายถึงของที่อยู่ในกระแสความสนใจของผู้คน นั่นคือของตาย ของตาย ไม่ได้หมายถึง ของที่ตายแล้ว เพราะถ้าเราจับของที่ตายแล้ว ก็คือเละ น้ำเหลืองติดมือ พยายามดูว่าอะไรที่คนสนใจมาก ทำอันนั้นก่อน อันไหนคนสนใจน้อย ก็ทำน้อยหน่อย การลองผิดลองถูก แล้วแก้ไขอยู่เรื่อย ๆ จะเป็นสิ่งทีดี ดีกว่า ถ้าหากว่าเรายังรักที่จะทำเว็บไซต์ อย่ากลัวว่าจะมาผิดทาง เพราะในวันแรก ๆ ของเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จล้นหลามมากมาย ก็ล้วนแล้วแต่ลองผิดลองถูกมาก่อนทั้งนั้น เพียงแต่ว่า เขาค้นพบความถนัด และเลือกได้ถูกทางก่อนเราเท่านั้นเอง |